←书库

《阴律无情》文化导读 · TH

ไทย · 背景知识导读
设置
阅读设置书稿封面
18
正在读取版本…

正文阅读

正文阅读
章节目录

ความทรงจำเกี่ยวกับเย่ว์เฟยและฉินฮุ่ยเชื่อมเรื่องความซื่อสัตย์ไปถึงหน้าที่ต่อส่วนรวม เย่ว์เฟยเป็นขุนพลสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ ส่วนฉินฮุ่ยมีชื่อผูกอยู่กับการใส่ร้ายและการเสียชีวิตของเย่ว์เฟย คนรุ่นหลังจึงมักกล่าวถึงทั้งสองเมื่อเปรียบเทียบความภักดีกับความคดโกง กฎแห่งปรโลกอันไร้ปรานี บันทึกบทสนทนาในแดนปรโลกที่เย่ว์เฟยกล่าวถึงคำสอนของมารดาและหน้าที่ปกป้องประชาชน รวมทั้งความปรารถนาให้ฉินฮุ่ยพ้นทุกข์โดยเร็วด้วย ในเรื่องทางศาสนานี้ ผู้ที่เคยถูกทำร้ายยังเลือกได้ว่าจะไม่ปล่อยให้ความแค้นกำหนดความปรารถนาที่มีต่อผู้อื่น

บทกวีเกี่ยวกับเย่ว์เฟยเก็บความระลึกถึงของผู้แต่งหลายคนไว้ “หม่านเจียงหง” เป็นชื่อแบบแผนคำประพันธ์ที่ผู้แต่งต่างคนใช้ได้ ในบทสนทนา เย่ว์เฟยกล่าวถึงบทที่ตนแต่ง แต่บทที่แนบภายหลังระบุชื่อเหวินเจิงหมิงแห่งราชวงศ์หมิง และมีชื่อกล่าวถึงสำเนาพระราชโองการลายพระหัตถ์ที่มีถึงเย่ว์เฟย จึงเป็นคนละผลงาน อีกชุดหนึ่งคือบทไว้อาลัยแม่ทัพเย่ว์สามบทซึ่งลงชื่อเมี่ยวเจิ้ง กล่าวถึงป้ายทองสิบสองป้ายที่ใช้ส่งคำสั่งจากราชสำนัก บทกวีเหล่านี้อยู่ในเล่มเดียวกับบทสนทนาในปรโลก แต่มีผู้แต่งและรูปแบบงานเขียนของตน

นอกจากคัมภีร์และบทกวีแล้ว รูปเคารพยังถ่ายทอดความหมายผ่านรูปลักษณ์และสิ่งที่ทรงถือ ในบทที่ 29 พระกษิติครรภโพธิสัตว์ประทับบนดอกบัวสีเขียวอมฟ้า พระหัตถ์ซ้ายทรงแก้วมณีสีชมพู พระหัตถ์ขวาทรงไม้เท้าขักขระสีทอง ต่อมาเต้าหมิงรับแก้วมณีมาสาธยายมนตร์ แสงจากแก้วมณีช่วยบรรเทาความทุกข์ลงชั่วคราว ส่วนตี้ทิง แม้มีรูปลักษณ์เป็นสัตว์พาหนะ บทที่ 31 ก็ระบุว่าเกิดจากพระจิตของพระโพธิสัตว์ มิใช่สัตว์ที่เวียนเกิดมาจากหกภูมิ มังกรและกิเลนที่พบในศิลปะจีนก็มีความหมายตามบริบท มังกรอาจสัมพันธ์กับน้ำหรือพระราชอำนาจ ส่วนกิเลนมักสื่อถึงความเป็นสิริมงคล รูปลักษณ์ที่คล้ายกันจึงไม่ได้ทำให้เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชนิดเดียวกัน สำหรับแสงในหนังสือ มีทั้งแสงจากผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องไปยังผู้รับทุกข์ และแสงแห่งจิตของผู้ได้รับความช่วยเหลือที่สว่างขึ้นเมื่อสำนึกผิด แสงอย่างหลังทำให้เห็นว่าความช่วยเหลือสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงภายในใจอย่างไร

บทที่ 8 เห็นความผิดของตนและเปลี่ยนอนาคต

ความสำนึกผิดเริ่มจากการยอมรับว่าตนทำอะไร ทำให้ใครเจ็บปวด และจะหยุดพร้อมแก้ไขสิ่งที่ยังแก้ได้อย่างไร การอยากให้ความทุกข์สิ้นสุดโดยเร็วอาจยังไม่ใช่การเห็นความผิดที่ตนทำต่อผู้อื่น ในบทที่ 29 พระกษิติครรภโพธิสัตว์ตรัสแก่หญิงที่กำลังรับทุกข์ว่า ผู้ที่จะช่วยตนเองได้ก็คือตัวของตัวเอง ขณะนั้นเธอได้รับพลังเกื้อหนุนจนกลับมาพูดได้แล้ว และพระโพธิสัตว์กำลังทรงสั่งสอนเธอ ความช่วยเหลือมาถึงแล้ว แต่การยอมรับความผิดและไม่ทำซ้ำยังเป็นสิ่งที่เธอต้องทำด้วยตนเอง

การตั้งปณิธานทำให้ความตั้งใจแก้ไขมีจุดหมายที่จะปฏิบัติต่อไป การถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งคือการยึดพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์เป็นหลัก ส่วนการตั้งโพธิจิตคือการมุ่งสู่ความตรัสรู้พร้อมกับเกื้อกูลสรรพสัตว์ ความตั้งใจว่าจะไม่ทำร้ายใครอีก จะดูแลผู้อื่น และจะรักษาพระสัทธรรม ย่อมต้องทำให้เกิดขึ้นในชีวิตภายหน้า เด็กที่กล่าวถึงในบทก่อนจึงได้รับคำสอนให้เปลี่ยนคำสัตย์ที่ขอให้ผลร้ายเกิดแก่ตนหากทำไม่ได้ มาเป็นปณิธานที่จะเพียรทำประโยชน์แก่ผู้อื่น

การอุทิศบุญกุศลคือการนำความดีที่ตนได้ทำมาประกอบกับความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ กรณีวิญญาณทารกในบทที่สี่แสดงให้เห็นว่า ปริมาณการสวด ระยะเวลาที่กล่าวถึง และส่วนบุญที่แต่ละฝ่ายได้รับตอบคำถามคนละอย่าง จำนวนจบบอกว่าสวดครบพระสูตรกี่ครั้ง จำนวนวันบอกว่าผลที่กล่าวถึงเกิดขึ้นเมื่อใด ส่วนการแบ่งบุญบอกว่าผู้ทำและผู้รับได้รับคนละเท่าใด จำนวนจบเพียงอย่างเดียวยังไม่บอกว่าผู้ทำมีเจตนาช่วยอย่างบริสุทธิ์ใจหรือไม่ หรือผู้รับต้องอาศัยบุญกุศลเท่าใด การช่วยเหลือจึงสัมพันธ์กับความดีที่ได้ทำจริง เจตนาของผู้ทำ และเหตุปัจจัยของผู้รับ จำนวนครั้งที่สวดอย่างเดียวไม่อาจแทนเงื่อนไขทั้งสามส่วนนี้ได้

การสวดมีวิธีปฏิบัติต่างกัน การกล่าวพระนามพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์เป็นการระลึกถึงและกล่าวพระนามซ้ำ การสวดพระสูตรเป็นการอ่านคำสอนในคัมภีร์ ส่วนการสาธยายมนตร์เป็นการกล่าวข้อความมนตร์เฉพาะบท เช่น พระธรรมาจารย์เต้าหมิงถือแก้วมณีและสวดมนตร์มุทราธรรมกายของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ในบทที่ 29 อักษรจีนในมนตร์บางบทใช้บันทึกเสียง จึงไม่อาจแปลโดยนำความหมายของอักษรแต่ละตัวมาต่อเป็นประโยคทั่วไปได้ หนังสือยังให้ความสำคัญกับความจริงใจ การรักษาศีล และการทำความดีของผู้สวด แม้กล่าวถึงอานุภาพของมนตร์ ก็ไม่ได้กล่าวว่าผู้ทำผิดจะพ้นจากผลของการกระทำเพราะท่องมนตร์ได้

ความช่วยเหลืออาจเริ่มจากความสำนึกผิดที่เกิดขึ้นในใจของผู้รับทุกข์เอง ตุลาการในบทที่ 28 อธิบายว่า ตามปณิธานของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ แม้วิญญาณผู้รับโทษจะเกิดความสำนึกผิดอย่างจริงใจเพียงชั่วขณะ ก็ได้รับอนุญาตให้พักการรับโทษและไปฟังธรรม ณ หอหมิงกวงชูจ่วนที่กล่าวถึงแล้ว สิ่งแรกที่ได้รับคือโอกาสฟังคำสอน เมื่อไม่ต้องถูกการลงโทษรบกวนอยู่ทุกขณะ จึงสามารถรับฟังเรื่องการรักษาศีลและแก้ไขความผิดได้ บทนี้เริ่มจากความสำนึกของเจ้าตัว แล้วแสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อได้ฟังธรรม

วิญญาณดวงหนึ่งในหอนั้นเคยเป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่มีใจให้ทานแต่ไม่รักษาศีล ต่อมาจึงเกิดเป็นผีที่ขโมยพลังชีวิตของผู้อื่น แล้วตกลงสู่นรก เมื่อได้ฟังธรรม เขาร้องไห้และตั้งปณิธานว่าจะอุปถัมภ์พระสัทธรรมทุกชาติ แสงสีเทาหม่นจากร่างก็จางลง จากนั้นจึงได้รับคำตัดสินของพญายมราช ดื่มน้ำแกงเมิ่งผอ และได้รับอนุญาตให้เกิดเป็นมนุษย์ ตุลาการอธิบายว่า ความมั่งคั่งในชาติหน้ามาจากการให้ทานในอดีต ขณะที่สุขภาพไม่ดีและการถูกหลอกยังสัมพันธ์กับกรรมชั่วที่เคยทำ การออกจากนรกทำให้เขาได้มีชีวิตเป็นมนุษย์อีกครั้ง แต่ผลกรรมเดิมไม่ได้หมดไปทั้งหมด

载入中

版本信息