บทที่ 6 กรรมและระเบียบในแดนปรโลก
งานบันทึก การพิจารณาคดี และการดำเนินการตามคำตัดสินในแดนปรโลกมีผู้รับผิดชอบต่างกัน สมุดบันทึกเก็บสิ่งที่คนคนหนึ่งเคยทำ ผู้พิจารณาอาศัยข้อมูลนั้นตัดสินคดี แล้วเจ้าหน้าที่จึงทำตามคำสั่ง กฎแห่งปรโลกอันไร้ปรานี อธิบายตำแหน่ง เขตที่ดูแล และหน้าที่ของผู้ทำงานเหล่านี้ ตุลาการกล่าวว่า พญายมทุกตำหนักพิจารณาตามกรรมที่แต่ละคนก่อไว้ ไม่เข้าข้างญาติหรือมิตร ชื่อเรียกในแดนปรโลกจึงบอกได้ทั้งฐานะ งานที่รับผิดชอบ และชีวิตที่อยู่ในความดูแล
คำเรียกผู้ปกครองในหนังสือครอบคลุมทั้งสวรรค์และแดนปรโลก “องค์จักรพรรดิสวรรค์” ใช้เรียกผู้ปกครองสวรรค์ ส่วน “พระจักรพรรดิหยก” หรือที่คุ้นกันในชื่อ “เง็กเซียนฮ่องเต้” สื่อถึงกษัตริย์แห่งสวรรค์ตามคติจีน ป้ายหน้าตำหนักในต้นฉบับใช้ชื่อ “ตี้ซื่อเทียน” ซึ่งเป็นเสียงภาษาจีนกลางของพระนามที่ตรงกับท้าวสักกะหรือพระอินทร์ในคติพุทธ ภายในตำหนัก หนังสือเรียกพระองค์ว่าองค์จักรพรรดิสวรรค์ และในอีกตอนกล่าวถึงท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ตรวจตราโลกมนุษย์ บันทึกความดีความชั่ว แล้วกลับไปรายงานต่อพระจักรพรรดิหยก ฉลองพระองค์และพิธีในท้องพระโรงมีลักษณะของราชสำนักจีน พระนามเหล่านี้เชื่อมถึงกันในเรื่อง ขณะเดียวกันแต่ละชื่อก็มีความเป็นมาในประเพณีของตน
ผู้ปกครองสูงสุดของแดนปรโลกได้รับการเรียกว่า “มหาจักรพรรดิเฟิงตู” และ “หมิงจวินพญายมราช” โดยหมิงจวินหมายถึงผู้ครองแดนปรโลก ในตอนนี้ทั้งสองชื่อกล่าวถึงพระองค์เดียว ส่วนพญายมประจำตำหนักต่าง ๆ แบ่งหน้าที่พิจารณาคดีอยู่ภายใต้การปกครองของพระองค์ หนังสือกล่าวว่าเดิมมีสิบตำหนัก ต่อมาสร้างเพิ่มอีกสองแห่ง จึงเป็นสิบสองตำหนัก จำนวนนี้จึงมาจากการเปลี่ยนแปลงของหน่วยงานที่เล่าไว้ในหนังสือ แต่ละตำหนักมีเขตรับโทษใหญ่น้อยในความดูแลของตน
ตงเย่ว์หมายถึงภูเขาไท่ซาน หนึ่งในห้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของจีน พระนามมหาจักรพรรดิตงเย่ว์จึงมีที่มาจากความเชื่อเรื่องเทพแห่งภูเขาไท่ซาน ในหนังสือ พระนามนี้ยังเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนตำแหน่งตามช่วงเวลาด้วย ตุลาการอธิบายว่า ในอดีตตงเย่ว์เคยเป็นผู้ปกครองสูงสุด ต่อมาจึงสร้างทำเนียบหมิงจวินให้เป็นทั้งที่ประทับและที่ทำงานของพญายมราชผู้ครองปรโลก ส่วนตงเย่ว์ในเวลาที่กล่าวถึงอยู่ในหมู่พญายมสิบสองตำหนัก และผู้ดำรงตำแหน่งองค์ปัจจุบันได้รับการเลื่อนมาจากฉินกว่างหวังแห่งตำหนักที่หนึ่ง แม้ชื่อยังสืบต่อมา แต่ตำแหน่งและผู้ดำรงตำแหน่งมีการเปลี่ยนแปลง หนังสือยังอธิบายว่า แม้วิญญาณบางดวงจะขอให้ผู้ปกครองสูงสุดพิจารณาคดี พญายมแต่ละตำหนักก็ยึดกฎแห่งกรรมเดียวกัน ความเที่ยงธรรมเป็นหน้าที่ของทุกตำหนัก
ผู้ดูแลที่ใกล้กับที่อยู่อาศัยของผู้คนคือ “ถู่ตี้กง” หรือเทพเจ้าที่ดิน ชื่อนี้ใช้เสียงภาษาจีนกลาง ผู้อ่านไทยเชื้อสายจีนบางท่านอาจคุ้นกับชื่อ “ตี่จู่เอี๊ยะ” หรือได้ยินคำว่า “แป๊ะกง” ในบางสถานที่บูชา ตุลาการเริ่มจากเทพเจ้าที่ดินประจำเขตซึ่งสวรรค์แต่งตั้ง ผู้ทำหน้าที่นี้เคยช่วยเหลือผู้อื่นและมีความเที่ยงธรรมเมื่อครั้งอยู่ในโลกมนุษย์ ขอบเขตที่ดูแลอาจเป็นหมู่บ้านหรือส่วนหนึ่งของเมืองตามบุญวาสนา หน้าที่รวมถึงรับแจ้งการเกิด การตาย และการย้ายถิ่น ตลอดจนคุ้มครองความสงบปลอดภัยของผู้คนในพื้นที่
ศูนย์การค้า ร้านค้า และอาคารสูงก็มีเทพเจ้าที่ดินประจำสถานที่ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของเทพเจ้าที่ดินประจำเขต คำตอบเดียวกันใช้ถ้อยคำสองแบบอธิบายที่มาของผู้ดูแลอาคารเหล่านี้ เมื่อตุลาการแยกออกจากวิญญาณที่คนในบ้านตั้งป้ายบูชา ท่านเรียกว่าเทพเจ้าที่ดินซึ่งสวรรค์ส่งมา แต่เมื่อกล่าวถึงผู้ประจำอยู่หน้าตึกหรือร้านค้า ท่านระบุว่าแดนปรโลกเป็นผู้ส่งมา โดยไม่ได้อธิบายต่อว่าการส่งมาทั้งสองแบบสัมพันธ์กันอย่างไร ผู้ดูแลเหล่านี้ได้รับมอบหมายให้ดูแลอาคาร และสถานที่ที่มีคนผ่านเข้าออกมาก เช่น ศูนย์การค้าหรือร้านค้า ก็ต้องมีผู้มีบุญวาสนามากพอจะรับเครื่องสักการะของผู้คน เทพเจ้าที่ดินประจำเขตกับผู้ดูแลแต่ละอาคารจึงมีทั้งพื้นที่รับผิดชอบและลำดับการบังคับบัญชา
ส่วนเทพเจ้าที่ดินที่ครอบครัวตั้งป้ายบูชาไว้ในบ้าน ตุลาการอธิบายในคำตอบนี้ว่าเป็นวิญญาณที่อาศัยอยู่ในบ้านนั้นมาก่อน เมื่อคนเข้ามาอยู่และตั้งป้ายถวายเครื่องบูชา จึงเรียกวิญญาณนั้นว่าเทพเจ้าที่ดิน วิญญาณได้รับการบูชาแล้วก็ตอบแทนด้วยการคุ้มครองคนในบ้าน เมื่อบ้านเปลี่ยนเจ้าของ วิญญาณผู้พำนักเดิมยังคงอยู่กับสถานที่ ผู้ที่ย้ายออกคือเจ้าของบ้านในโลกมนุษย์ ชื่อที่ใช้บนโต๊ะบูชาจึงอาจเกี่ยวกับผู้ดูแลทั้งเขต ผู้ดูแลอาคาร หรือวิญญาณที่ผูกพันกับบ้านหลังนั้นโดยเฉพาะ
“เทพเฉิงหวง” เป็นเทพผู้พิทักษ์เมืองในคติจีน สำนักเฉิงหวงในหนังสือยังรับผิดชอบข้อมูลการเวียนเกิดของชีวิตในเขตที่ดูแล และมีตำหนักอินเต๋อไว้บันทึกความดีครั้งใหญ่ที่ผู้คนทำไว้โดยเฉพาะ ตุลาการระบุขอบเขตงานนี้ว่าชมพูทวีป หากไปเกิดในดินแดนอื่น ข้อมูลก็อยู่ในความรับผิดชอบของเขตนั้น ความสามารถของเทพเฉิงหวงในการบอกเรื่องอดีตชาติจึงมีหน้าที่และบันทึกที่สำนักดูแลเป็นพื้นฐาน
ผู้ติดตามบันทึกการกระทำของแต่ละคนคือ “เทพผู้เกิดมาพร้อมกับตน” ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ต้นฉบับระบุว่ามีสององค์ติดตามตั้งแต่เกิด องค์ที่มีรูปลักษณ์ชายอยู่ด้านซ้าย มีแสงจากกายสีขาวอ่อน บันทึกความคิดและการกระทำที่ดี ส่วนองค์ที่มีรูปลักษณ์หญิงอยู่ด้านขวา มีแสงจากกายสีดำอ่อน บันทึกความคิดและการกระทำที่ชั่ว ทั้งสองรายงานต่อแดนปรโลกทุกเดือน หนังสือยังกล่าวถึง “เฮยไป๋อู๋ฉาง” หรือเจ้าหน้าที่ดำและขาว ซึ่งปรากฏทั้งในงานรับผู้ตายไปพิจารณาและในข้อความเรื่องบันทึกความดีความชั่ว ชื่อเทพผู้เกิดมาพร้อมกับตนเน้นการติดตามคนมาตั้งแต่เกิด ส่วนชื่ออู๋ฉางปรากฏในงานรับวิญญาณหรือบันทึกตามแต่ละตอน สำหรับตุลาการ หน้าที่หลักคืออธิบายและพิจารณา ขณะที่เจ้าหน้าที่ผู้คุมดำเนินงานตามคำสั่ง