ไม่มีใครรู้จักศิษย์เท่าครู ไม่มีใครรู้จักลูกเท่าพ่อ
‘ศิษย์’ คือนักเรียน ‘ครู’ คืออาจารย์ นิสัยของนักเรียนครูย่อมรู้ ความชอบของลูกชายบิดาย่อมรู้ชัด
ข้าเห็นผู้เป็นครู นอกจากให้อ่านหนังสือแล้ว กลับไม่สอนวิชารักษาตนเลย
‘วิชารักษาตน’ คือวิชาถนอมตันเถียนและไม่หลงความงามสตรี ข้าเห็นผู้เป็นครู นอกจากสอนนักเรียนอ่านหนังสือแล้ว กลับไม่สอนให้ละเว้นกามเพื่อรักษาตัว น่าเสียดายจริง ๆ
บ้างเพราะลูกศิษย์ฉลาด จึงปล่อยให้คะนอง หุนหัน และฉาบฉวย
‘คะนอง หุนหัน และฉาบฉวย’ คือเด็กที่เหลาะแหละ เดินเชิดหยิ่งยโส ยังไม่พ้นความฉาบฉวย นักเรียนเช่นนี้เดิมควรตักเตือนจริงจังให้กลับมาหนักแน่น แต่กลับเพราะเห็นว่าฉลาดคล่องแคล่ว จึงผ่อนปรนไม่สั่งสอน ปล่อยให้เหลาะแหละโดยไม่ควบคุม
บ้างเพราะเจ้าบ้านรักหวง จึงปล่อยให้ผีเสื้อเล่นผึ้งคะนอง
‘เจ้าบ้าน’ คือผู้ว่าจ้างหรือหัวหน้าครอบครัว ‘รักหวง’ หมายถึงปกป้องข้อบกพร่อง ผีเสื้อเล่นผึ้งคะนองไปเก็บดอกไม้ หมายถึงลูกหลานเหลาะแหละเที่ยวซ่องโสเภณี เพราะผู้ปกครองรักลูกหลาน จึงปล่อยให้อวดดีหลงกาม ไม่ยอมอบรมห้ามปรามอย่างจริงจัง
ช่องรักเพิ่งเปิด มโนธรรมค่อยสูญ
‘ช่องรัก’ คือช่องที่ให้เกิดอารมณ์ใคร่ ‘เพิ่งเปิด’ คือเริ่มถูกคนชักจูงจนเกิดความคิดใฝ่รูป เมื่อเกิดความคิดนั้นแล้วก็ไม่สนใจว่าจะทำลายชื่อและความบริสุทธิ์ของคน ล่วงเกินภรรยาบุตรสาวของผู้อื่น จนสูญเสียหลักฟ้าและมโนธรรมของตน