←书库

《阴律无情》文化导读 · TH

ไทย · 背景知识导读
设置
阅读设置书稿封面
18
正在读取版本…
校对

正文阅读

正文阅读
章节目录

แม้ในเขตรับโทษก็ยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลง บทที่ 28 กล่าวว่าความสำนึกผิดอย่างจริงใจเพียงชั่วขณะหนึ่งทำให้ผู้รับโทษได้พักจากการลงโทษและไปฟังธรรมของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ ณ “หอหมิงกวงชูจ่วน” ชื่อนี้สื่อถึงแสงในแดนปรโลกที่เริ่มแปรเปลี่ยน สอดคล้องกับจิตที่เปลี่ยนจากความมืดหม่นไปสู่ความสว่าง หอแห่งนี้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ยังรับทุกข์ได้ฟังคำสอน ส่วนการออกจากนรก การเกิดใหม่ และการปฏิบัติในชีวิตต่อไปยังมีเงื่อนไขของแต่ละขั้น

เมื่ออธิบายว่าชีวิตถัดไปเริ่มขึ้นอย่างไร หนังสืออ้างมหารัตนกูฏสูตรและกล่าวถึง “อันตรภพ” คือภาวะระหว่างการสิ้นสุดชีวิตก่อนกับการเกิดครั้งใหม่ ผู้ที่จะเข้าครรภ์และพ่อแม่ต่างมีกรรมเก่าซึ่งเป็นเหตุปัจจัยให้สัมพันธ์กัน ข้อความพระสูตรยังอธิบายความรักและความชังอันเกิดจากความหลงในช่วงนี้ว่า ผู้ที่จะเกิดเป็นชายมีความรักต่อแม่และความชังต่อพ่อ ส่วนผู้ที่จะเกิดเป็นหญิงมีความรู้สึกในทางตรงกันข้าม ความรักความชังดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายทางศาสนาว่าด้วยผู้กำลังจะเข้าครรภ์ ไม่ใช่คำบรรยายอุปนิสัยของเด็กหลังคลอด

คำอธิบายในสายอภิธรรมเถรวาทเชื่อมชีวิตสองชาติด้วยจุติจิตซึ่งสิ้นสุดลง แล้วปฏิสนธิจิตเกิดขึ้นทันที โดยไม่มีช่วงชีวิตกลางระหว่างนั้น หากผู้ตายไปเกิดเป็นผีก่อน แล้วจึงมาเกิดเป็นมนุษย์ คำอธิบายนี้ก็นับช่วงที่เป็นผีว่าเป็นอีกชาติหนึ่ง ทั้งสองแนวกล่าวถึงความสืบต่อของชีวิต แต่แบ่งช่วงต่างกัน หนังสือตอนนี้ใช้คำอธิบายการเข้าครรภ์จากพระสูตรที่สืบทอดในพุทธศาสนาจีน ความหมายของอันตรภพจึงสัมพันธ์กับกระบวนการที่พระสูตรนั้นอธิบายไว้

นอกจากคำถามว่าสองภพเชื่อมต่อกันอย่างไร หนังสือยังใช้คำหลายชุดอธิบายลักษณะของชีวิตและการรับรู้ ในคำอธิบายแบบจีนดั้งเดิม มักแยก “หุน” ว่าเป็นส่วนทางจิตที่เชื่อว่าออกจากกายได้ ส่วน “พั่ว” เป็นส่วนทางจิตที่ผูกอยู่กับรูปกาย คำว่า “สามหุนเจ็ดพั่ว” มาจากความเข้าใจเรื่ององค์ประกอบของชีวิตแบบนี้ ส่วนจิตรับรู้เน้นความรู้สึกตัวและการรับรู้ ขณะที่ร่างวิญญาณหมายถึงสภาพที่ออกจากกายหรือดำรงอยู่หลังความตาย หนังสือยังเล่าถึงผู้ที่อายุขัยไม่สิ้น แต่สามหุนออกจากกายไปรับโทษขณะที่ร่างกายยังอยู่ในโลกมนุษย์ ความสืบต่อเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกับตัวตนที่ไม่เปลี่ยนแปลง คำสอนเรื่องขันธ์ห้าเป็นอนัตตาพิจารณาร่างกาย ความรู้สึก ความหมายรู้ การปรุงแต่ง และวิญญาณว่าอยู่ในความเปลี่ยนแปลง “วิญญาณ” ในคำอธิบายเรื่องขันธ์ห้าหมายถึงการรับรู้ที่เกิดผ่านตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ จึงต่างจาก “ร่างวิญญาณ” ที่กล่าวถึงสภาพของชีวิต คำแต่ละชุดช่วยอธิบายประสบการณ์คนละด้านตามเรื่องที่ปรากฏ

การลืมชาติก่อนได้รับคำอธิบายผ่าน “เมิ่งผอ” หรือยายเมิ่งและน้ำแกงของนาง เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ เมิ่งผอปฏิบัติธรรม ดูแลผู้ทุกข์ยาก และตั้งปณิธานช่วยให้สรรพสัตว์ลืมความเจ็บปวด หลังสิ้นอายุขัยนางไปสวรรค์ ก่อนที่องค์จักรพรรดิสวรรค์จะมอบหมายให้ดูแล “ลานอี้วั่ง” ลานแห่งการลืมซึ่งอยู่หลังตำหนักที่สิบของปรโลก นางจึงเป็นเทพผู้มีปณิธานและได้รับหน้าที่เฉพาะ น้ำแกงมีห้ารส ได้แก่ หวาน เปรี้ยว ขม เผ็ด และเค็ม หนังสือเชื่อมความเข้มอ่อนของรสเหล่านี้เข้ากับสภาพชีวิตที่จะได้ประสบในชาติใหม่

การดื่มน้ำแกงอยู่ในเส้นทางเฉพาะของผู้ที่กลับสู่ปรโลกและกำลังจะไปเกิดใหม่ เพื่อให้ลืมผู้คนและเหตุการณ์ในชาติก่อน ตุลาการกล่าวด้วยว่า ในสวรรค์ สุขาวดี และพุทธเกษตรอันบริสุทธิ์อื่น ๆ ไม่มีการจัดให้ดื่มน้ำแกงเช่นนี้ สุขาวดีคือพุทธเกษตรอันบริสุทธิ์ของพระอมิตาภพุทธเจ้าทางทิศตะวันตกตามคติมหายาน จึงเป็นแดนของพระพุทธเจ้าซึ่งต่างจากสวรรค์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ แม้ความทรงจำเปลี่ยนไป เหตุปัจจัยจากการกระทำเดิมยังคงมีผล ความสัมพันธ์กับผู้คนและการฝึกฝนจิตใจในชาติใหม่จึงดำเนินต่อไปได้ การลืมทำให้จำเรื่องเก่าไม่ได้ แต่ผลที่เกิดจากการกระทำของตนยังไม่ได้ถูกลบไปด้วย

คำว่าการไปสู่ภพที่สูงขึ้นต้องดูด้วยว่าไปที่ใด การบรรเทาความทุกข์ชั่วคราว การออกจากเขตรับโทษ การเกิดเป็นมนุษย์ การไปสวรรค์ และการเกิดในพุทธเกษตรอันบริสุทธิ์ เปลี่ยนสภาพชีวิตต่างกัน ส่วนการพ้นวัฏสงสารและการบรรลุพุทธภาวะมีความหมายที่ไกลออกไปอีก เมื่ออธิบายกรรมสามประเภท เทพเฉิงหวงแยกผลดีในมนุษยภูมิและสวรรค์ออกจากการพ้นภพทั้งสาม โดยกล่าวถึงการรักษาศีล ระลึกถึงพระพุทธเจ้า สั่งสมความดีโดยไม่มุ่งให้คนรู้ และตั้งโพธิจิตพร้อมปณิธานที่ไม่มีความเห็นแก่ตัว โพธิจิตคือใจที่มุ่งสู่ความตรัสรู้พร้อมกับช่วยสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ ภพที่เกื้อกูลจึงเป็นโอกาสให้ปฏิบัติต่อไป และการพ้นจากความทุกข์ครั้งหนึ่งก็ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการปฏิบัติ

ช่วงเวลาที่กล่าวถึงในหนังสือมีหน่วยและความหมายต่างกัน บางตอนระบุจำนวนปี บางตอนกล่าวถึงอเวจีด้วยถ้อยคำหนักแน่นว่า “มีแต่เข้า ไม่มีออก” หรือ “ไม่มีวันได้ไปสู่ภพภูมิที่สูงขึ้น” ขณะที่กรณีอื่นกล่าวถึงการสิ้นกรรม ความสำนึกผิด การอุทิศบุญ และความดีเดิมซึ่งเป็นเงื่อนไขให้พ้นออกมาได้ ข้อความภาคผนวกมีคำอธิบายเฉพาะอีกอย่างหนึ่งว่า ในบทลงโทษที่กำลังกล่าวถึง คำที่แปลว่ากัปหนึ่งใช้หมายถึงการรับโทษหนึ่งครั้ง และการเปลี่ยนกัปหมายถึงการไปเกิดหนึ่งครั้ง จึงเป็นการนับครั้งในข้อความนั้น ต่างจากการใช้กัปกล่าวถึงระยะเวลาอันยาวนานในบริบททางศาสนา ความหมายของช่วงเวลาสัมพันธ์กับผู้ที่กำลังประสบสิ่งนั้นและเงื่อนไขที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

เล่มแรกยังอธิบายที่มาและปลายทางของชีวิตด้วยคำว่า “บ้านเกิดในแดนสวรรค์” เมื่อตรัสถึงที่มาของผู้เกิดในโลกมนุษย์ องค์จักรพรรดิสวรรค์ทรงยกเว้นพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ส่วนน้อยที่เสด็จมาจากแดนอื่นตามปณิธานเพื่อช่วยสรรพสัตว์ที่มีวาสนาสัมพันธ์กับพระองค์ ต่อมาเมื่อตรัสเรื่องทะเบียนถิ่นเดิมและทะเบียนที่แยกออกมา พระองค์ตรัสว่าทะเบียนถิ่นเดิมของสรรพสัตว์ทั้งหมดอยู่ในสวรรค์ การมาอยู่โลกมนุษย์หรือการตกนรกเป็นการแยกทะเบียนออกมา คำตอบแรกแยกการมาตามปณิธานออกจากการเวียนว่ายตามกรรม ส่วนคำตอบหลังใช้ทะเบียนสวรรค์อธิบายที่มาของชีวิตโดยรวม คำว่าถิ่นเดิม การแยกทะเบียน และบ้านเกิด จึงนำภาษาของการขึ้นทะเบียนและการกลับบ้านในสังคมจีนมาอธิบายเรื่องนี้ การกลับคืนที่พระองค์ตรัสถึงต้องอาศัยความสำนึกผิดและแก้ไขตนอย่างจริงใจ การทำความดี ชำระจิต และปฏิบัติธรรม เพื่อให้ชีวิตกลับขึ้นสู่สวรรค์

เมื่อกล่าวถึงความสว่างที่มีมาแต่เดิม ตุลาการอธิบายว่าสรรพสัตว์ในแต่ละภูมิล้วนมีความสว่างอยู่แล้ว แต่อุปนิสัยที่สั่งสม ความหลง และการทำชั่วทำให้ความสว่างนั้นหม่นลง “ธรรมชาติแท้” ในที่นี้หมายถึงธรรมชาติเดิมของจิต การปฏิบัติมุ่งฟื้นคืนความบริสุทธิ์และความสว่างนั้น แต่ละชีวิตมีความเคยชินและอุปสรรคจากกรรมที่ต่างกัน ระยะเวลาที่ใช้จึงต่างกันด้วย แม้อยู่ในความทุกข์ การมองเห็นความผิดของตน สำนึกผิดอย่างจริงใจ และเปลี่ยนการกระทำก็ยังเป็นทางให้ความสว่างกลับคืนมา การรักษาศีลและทำความดีต่อจากนั้นช่วยให้การเปลี่ยนแปลงดำเนินต่อไป

载入中

版本信息