เล่มสองเล่าอีกตอนหนึ่งว่า สรรพสัตว์จากชั้นอาภัสสรพรหมมายังโลกและติดใจใน “ง้วนดิน” เมื่อกินจนอิ่ม แสงกายก็หม่นลง ร่างกายหนักขึ้น และสูญเสียความสามารถที่จะเหาะกลับสวรรค์ ตุลาการใช้เหตุการณ์นี้อธิบายว่าความอยากเพียงขณะหนึ่งทำให้สภาพชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไร ง้วนดินคือสิ่งหล่อเลี้ยงที่กินได้บนผิวโลกในเรื่องเล่าทางศาสนานี้ ส่วน “ต้นกัป” หมายถึงช่วงเริ่มต้นของระยะเวลาอันยาวนาน หนังสือยังใช้คำว่า “ยุคเสื่อมแห่งพระธรรม” กล่าวถึงช่วงที่การสืบทอดและปฏิบัติตามพระธรรมอ่อนกำลังลง การอธิบายตั้งแต่ความบริสุทธิ์เดิมจนถึงความหลงในภายหลังจึงให้ความสำคัญกับความคิดและการกระทำที่ทำให้ชีวิตสูงขึ้นหรือต่ำลง เรื่องอาหาร ความอยาก และการสำรวมในแต่ละวันจึงสัมพันธ์กับความสืบต่อของชีวิตนี้ด้วย
บทที่ 3 ความดีในชีวิตประจำวัน
ความตั้งใจดีมักเริ่มปรากฏในเรื่องเล็ก ๆ ของชีวิต เช่น ลดการเบียดเบียนชีวิตอื่น ขออนุญาตก่อนหยิบของมาใช้ หรือพูดตามความจริง เมื่อทำซ้ำอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้ก็กลายเป็นวิธีดำเนินชีวิตของคนคนหนึ่ง การไม่เบียดเบียนยังเกี่ยวข้องกับอาหารและของใช้ในแต่ละวัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งของคำอธิบายเรื่องศีลใน กฎแห่งปรโลกอันไร้ปรานี
อาหารมังสวิรัติมีหลายแบบ บางแบบรับประทานนมหรือไข่ได้ ส่วนการกินเจในชุมชนไทยเชื้อสายจีนก็เกี่ยวเนื่องกับเทศกาลและการถือศีล ข้อปฏิบัติในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดต่างออกไป โดยเห็นได้จากเรื่องนม ไข่ และน้ำผึ้ง ในบันทึกที่อาอวี้ถ่ายทอดคำสอนเรื่องศีลห้าของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ การกินอาหารที่ปราศจากการเบียดเบียนเป็นข้อพื้นฐานในการรักษาศีลไม่ฆ่าสัตว์ โดยระบุให้งดนมวัว เนย ไข่ และน้ำผึ้ง รวมทั้งห้ามใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบจากสัตว์ และเตือนว่ายาบางชนิดก็มีส่วนประกอบดังกล่าว ส่วนตอนที่ว่าด้วยการงดสุราจัดเต้าหู้ยี้ที่มีสุราผสมอยู่ไว้ในข้อห้ามด้วย แม้มีเพียงเล็กน้อย แต่อนุโลมให้ใช้สุราเป็นยาเพื่อช่วยชีวิตได้ ส่วนแอลกอฮอล์ในเครื่องสำอางใช้ถ้อยคำว่า “ไม่ใช้จะดีกว่า” เต้าหู้ยี้เป็นผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองหมัก ข้อห้ามตรงนี้กล่าวถึงชนิดที่มีสุราผสมอยู่
รายการนี้ครอบคลุมอาหารมากกว่าการกินมังสวิรัติบางแบบที่ผู้อ่านอาจคุ้นเคย และทำให้เห็นว่าข้อกำหนดเรื่องอาหารสัมพันธ์กับผู้ปฏิบัติด้วย ชีวกสูตรในพระไตรปิฎกเถรวาทกล่าวถึงพระภิกษุผู้รับอาหารจากผู้ถวาย โดยระบุเงื่อนไขของเนื้อที่ฉันได้ว่า ไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน และไม่สงสัยว่าสัตว์ถูกฆ่าเจาะจงเพื่อตน พระสูตรยังกล่าวถึงการอยู่ด้วยเมตตา การรับอาหารโดยไม่ติดใจอยากได้ และโทษของผู้ฆ่าสัตว์เพื่อนำมาถวาย การรับอาหารที่ผู้อื่นนำมาถวายพระภิกษุกับการเลือกอาหารสำหรับครัวเรือนจึงเป็นคนละบริบทของการปฏิบัติ
ส่วนข้อความเรื่องนมและผลิตภัณฑ์นมในศูรางคมสูตรม้วนที่หกเชื่อมกับการตัดเหตุแห่งการฆ่า การเจริญสมาธิ และการพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด โดยระบุถึงพระภิกษุโดยตรง หนังสือนำหลักในแนวนี้มาขยายเป็นข้อปฏิบัติสำหรับผู้อ่านทั่วไป พร้อมรายละเอียดเรื่องนม ไข่ น้ำผึ้ง และของใช้ คำสอนในพระสูตรกับรายการที่หนังสือขยายความจึงมีที่มาของตนเอง พระสูตรเดียวกันยังกล่าวถึงอาหารปรุงด้วยนม เนยใส และน้ำผึ้งในอีกตอนหนึ่งซึ่งว่าด้วยเครื่องบูชา ชื่ออาหารอาจเหมือนกัน แต่กิจกรรมทางศาสนาและจุดประสงค์ในการใช้ต่างกัน
การถือศีลมีจังหวะของเวลากำกับอยู่ด้วย วันที่หนึ่งและวันที่สิบห้าของเดือนตามปฏิทินจีน วันถือศีลหกวันประจำเดือน การถือศีลตลอดเดือนในเดือนที่กำหนดสามเดือนของปี และวันสำคัญของพระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตว์ ทำให้การปฏิบัติกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างสม่ำเสมอ ผู้ที่คุ้นเคยกับวันพระย่อมเข้าใจความหมายของการกันเวลาไว้สำรวมกายใจ ส่วนวันเดือนที่ใช้ยังขึ้นอยู่กับปฏิทินของแต่ละประเพณี หนังสือบางตอนยกเพียงตัวอย่าง บางตอนแจกแจงไว้มากกว่า ข้อปฏิบัติที่สัมพันธ์กับวันเหล่านี้ครอบคลุมทั้งอาหาร วาจา ความคิด และชีวิตคู่
ศีลห้าจึงเกี่ยวข้องกับชีวิตตลอดวัน การไม่ลักทรัพย์มีทั้งเรื่องสิ่งของนั้นเป็นของใคร และการได้รับอนุญาตก่อนใช้โทรศัพท์ ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ของที่ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนตัว การไม่พูดเท็จก็มีทั้งความจริงในคำพูดแต่ละครั้งและนิสัยโกหกที่อาจเกิดจากการหาทางสะดวกให้ตนเอง หนังสือจำแนกการกระทำเป็นกาย วาจา และใจ ได้แก่ การฆ่า ลักทรัพย์ และประพฤติผิดในกามทางกาย การพูดเท็จ พูดเพ้อเจ้อ พูดคำหยาบ และพูดส่อเสียดทางวาจา ตลอดจนความโลภ ความโกรธ และความหลงในใจ การกระทำที่เกิดขึ้นแล้วกับความคิดที่ทำให้กลับไปทำซ้ำจึงสัมพันธ์กัน
เมื่อพ้นจากวันกำหนดถือศีลแล้ว การดำเนินชีวิตในวันปกติก็ยังสำคัญไม่แพ้กัน ตอนที่กล่าวถึงการตั้งปณิธานละกามเชื่อมการหลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุ การงดต้นหอมกับกระเทียม และการกินอาหารจากพืชตามข้อปฏิบัตินี้อย่างต่อเนื่องเข้าด้วยกัน โดยให้ปฏิบัติในวันทั่วไปด้วย ปณิธานบอกถึงชีวิตที่ตั้งใจจะดำเนิน ส่วนการตัดสินใจในวันต่อมาเป็นการทำตามความตั้งใจนั้น การพูดความจริง ขออนุญาตก่อนใช้ของ หรือรู้ตัวและหยุดเมื่อความคิดเริ่มนำไปสู่ความผิด ล้วนทำให้การรักษาศีลสืบต่ออยู่ในชีวิตประจำวัน
การสำรวมนี้ครอบคลุมถึงชีวิตคู่ด้วย หนังสือแยกข้อจำกัดเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ตามเวลา สถานที่ และอวัยวะที่ใช้ นอกจากวันถือศีลแล้ว ยังกล่าวถึงช่วงมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และเจ็บป่วยในข้อความแต่ละตอน เรื่องสถานที่ หนังสือระบุว่าไม่ให้มีเพศสัมพันธ์นอกเตียงของคู่สมรส และในบทที่ 27 ยังจำกัดบริเวณให้แคบลงถึงกลางเตียง ส่วนข้อกำหนดเรื่องอวัยวะในบทนั้นกล่าวถึงการร่วมเพศที่ไม่ใช่ทางช่องคลอด ข้อปฏิบัติเหล่านี้เชื่อมจริยธรรมทางศาสนากับความเข้าใจร่างกายแบบจีนดั้งเดิม หนังสือยังแยกการถูกบังคับออกจากการแสวงหาความพอใจด้วยตนเอง ในกรณีที่ถูกคู่สมรสโดยชอบธรรมบังคับและเจ้าตัวไม่ได้รู้สึกเพลิดเพลิน ตุลาการแห่งปรโลกระบุการสำนึกผิดและแก้ไขตนโดยเร็ว พร้อมตั้งปณิธานเตือนผู้อื่นในภายหน้า ไว้เป็นเงื่อนไขของการไม่ต้องรับโทษในนรกขุมนั้น คำอธิบายแต่ละส่วนจึงผูกอยู่กับสถานการณ์ที่กล่าวถึง