106. คำกล่าวเรื่องสตรีไม่มีความสามารถกับคุณธรรมเป็นค่านิยมที่หนังสือนำมาเล่าเพื่ออธิบายความทุกข์ของผู้หญิง มิใช่ข้อเสนอของผู้แปลให้จำกัดการศึกษาหรือบทบาทของผู้หญิง↩︎
107. น้ำแกงที่ทำให้ลืมทุกข์โดยไม่ทำร้ายร่างกายเป็นความปรารถนาของเมิ่งผอในเรื่องเล่านี้ ไม่ใช่คำรับรองว่ามีอาหารหรือยาที่ทำให้ลืมความทรงจำได้อย่างปลอดภัย และไม่ใช่คำแนะนำให้ทดลองปรุงหรือดื่ม↩︎
108. การเชื่อมอาการปวดเท้าหรือปัญหาลำคอกับเหตุการณ์ในปรโลกเป็นคำกล่าวของตัวละครในเรื่อง ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัยโรคหรือใช้ตัดสินคุณธรรมของผู้มีอาการ และไม่ควรใช้แทนการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์↩︎
109. กลอนสี่วรรคนี้คือ “หมิ่นหนง” บทที่สองของหลี่เซิน กล่าวถึงหยาดเหงื่อของผู้เพาะปลูกและคุณค่าของข้าวทุกเม็ด ดูบทเต็มในเอกสารการเรียนรู้ของ สำนักการศึกษาฮ่องกง หน้า PDF 16↩︎
110. “เชื้อบิดาและเลือดมารดา” แปลถ้อยคำจีนดั้งเดิม 父精母血 ตามหนังสือ ไม่ใช่คำอธิบายกระบวนการปฏิสนธิทางการแพทย์สมัยใหม่↩︎
111. หนังสืออธิบายความขาดแคลนด้วยแนวคิดบุญวาสนา ไม่ควรใช้ตัดสินว่าผู้ยากจนหรือประชาชนของประเทศใดมีคุณธรรมน้อยกว่า โครงการอาหารโลก อธิบายปัจจัยความหิวโหย เช่น ความขัดแย้ง ภัยภูมิอากาศ และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ รายชื่อสถานที่ในต้นฉบับไม่ใช่การสำรวจสถานการณ์ปัจจุบัน และ “คองโก” ไม่ได้ระบุว่าหมายถึงประเทศใดในสองประเทศที่ใช้ชื่อนี้↩︎
112. การกินแต่ละคำเป็นการใช้บุญวาสนาที่กำหนดไว้ เป็นคำอธิบายทางศาสนาของตัวละคร มิใช่เหตุให้ลดอาหาร อดอาหาร หรือละเลยความต้องการสารอาหารของร่างกาย↩︎
113. เงื่อนไข “ไม่ตั้งใจหรือไม่รู้” เป็นคำกล่าวในเรื่อง ไม่ได้หมายความว่าอาหารเสียโดยตั้งใจจะปลอดภัยต่อการกิน อย่าฝืนกินอาหารเน่าเสียเพราะกลัวสิ้นเปลือง ศูนย์ความปลอดภัยอาหารฮ่องกง แนะนำให้ทิ้งอาหารขึ้นรา ไม่กิน และระบุว่าการตัดส่วนขึ้นราออกไม่รับประกันว่าจะกำจัดราและสารพิษได้ทั้งหมด↩︎
114. ข้อความเรื่องนำอาหารเสียไปให้สัตว์เป็นคำแนะนำของตัวละคร มิใช่แนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมของผู้แปล ไม่ควรนำไปทำตามโดยทิ้งอาหารในป่า พงหญ้า หรือทะเล กรมอุทยานแห่งชาติสหรัฐฯ เตือนว่าการให้อาหารสัตว์ป่าและการทิ้งเศษอาหารไว้ทำอันตรายต่อสัตว์ได้ ควรจัดการเศษอาหารตามแนวทางของท้องถิ่น↩︎
115. บทนี้รวบรวมข้อความต่างแหล่ง ย่อหน้าแรกเป็นข้อความจากพระสูตรนิรยะ (CBETA T0086) ส่วนถ้อยคำของเจียต้งและเรื่องหญิงชราชิวเป็นข้อความจากคำอธิบายกั่นอิ้งเพียน ซึ่งพบการอ้างต่อใน X1120 อีกทอดหนึ่ง และตอนสุดท้ายเป็นข้อเขียนของอวิ๋นชี (J33nB277) จึงไม่ควรถือว่าทุกข้อความในบทเป็นพระพุทธดำรัสโดยตรง↩︎