ตุลาการแห่งปรโลกตอบว่า “สิ่งที่อาจารย์ถานกล่าวเป็นพระสัทธรรม ไม่ต้องสงสัย มิฉะนั้นพญายมราชผู้ครองปรโลกจะทรงแต่งตั้งเขาให้ตรวจต้นฉบับได้อย่างไร? อาอวี้ เจ้าถามเช่นนี้ก็เสมือนมองข้ามพระปัญญาของพญายมราชผู้ครองปรโลก”
“อา! ขออภัยค่ะ ท่านตุลาการแห่งปรโลก! อาอวี้ถามผิดไปแล้ว ขอท่านโปรดอภัยด้วยค่ะ”
ตุลาการแห่งปรโลกกล่าวว่า “ครั้งที่พระพุทธองค์ประทับใต้ต้นโพธิ์ ก่อนจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า มารได้มารบกวนอย่างหนัก พระพุทธองค์ทรงใช้อำนาจสมาธิและอานุภาพแห่งบุญกุศลอันเปี่ยมด้วยเมตตากรุณาขับไล่กองทัพมารให้ถอยไป ครั้งนั้นมารจำต้องล่าถอย แต่ก่อนถอยไปได้ตั้งปณิธานว่า ‘ตอนนี้ข้ายังทำลายสมาธิของท่านไม่ได้ รอจนถึงยุคปลายพระธรรมในภายหน้า ข้าจะส่งลูกหลานมารของข้ามาสวมเสื้อผ้าของท่านเพื่อทำลายธรรมของท่าน’ แล้วมารจึงจากไปอย่างแค้นเคือง ขณะนั้นพระพุทธองค์ทรงหลั่งน้ำพระเนตรด้วยพระเมตตากรุณา แท้จริงพระพุทธองค์มิได้ทรงกังวลว่ามารจะมาทำลายพระสัทธรรม แต่ทรงสงสารลูกหลานมารที่จะต้องรับวิบากในนรกอย่างไม่มีประมาณไม่มีขอบเขต หลังจากทำลายพระพุทธธรรมและกล่าวร้ายพระสัทธรรม ก่อนเสด็จปรินิพพาน พระพุทธองค์ยังทรงสอนเหล่าสาวกว่า สาวกในรุ่นหลังต้องถือศีลเป็นครู ยึดธรรมมิใช่ยึดบุคคล สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องดูว่าธรรมที่ผู้นั้นกล่าวสอดคล้องกับพระสูตรของพระพุทธเจ้าหรือไม่ ‘ศูรางคมสูตร’กล่าวว่า ‘กล่าวดังที่เรากล่าวนี้ เรียกว่าคำสอนของพระพุทธเจ้า หากมิได้กล่าวเช่นนี้ ย่อมเป็นคำกล่าวของพญามารปาปียัส’ ในยุคพระสัทธรรม แม้พระพุทธองค์ยังทรงอยู่ก็ยังมีมารมารบกวน นับประสาอะไรกับเวลานี้ที่เป็นยุคปลายพระธรรม ครูผิดที่สอนธรรมมีมากดุจเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา ที่ใดมีพระสัทธรรม ที่นั่นย่อมมีมารอย่างแน่นอน นี่ก็เป็นโอกาสทดสอบอย่างหนึ่งบนหนทางปฏิบัติ เพื่อขัดเกลาและยกระดับจิตวิญญาณ ครั้งพระพุทธองค์ยังทรงอยู่ ก็ยังมีพระเทวทัต ผู้เป็นบุตรของพี่ชายหรือน้องชายของพระบิดาและมีอายุน้อยกว่าพระพุทธองค์ มากล่าวร้าย คอยทำลายและปองร้ายอยู่ทุกทาง ต่อมาพระเทวทัตได้ลงมารับโทษอยู่ในนรกแห่งนี้”
ขณะนั้นจู่ ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่แห่งแดนปรโลกมารายงานว่า “มหาจักรพรรดิเฟิงตูมีพระบัญชา ให้เรียกซ่างกวนอวี้ฮวาผู้มาจากโลกมนุษย์เข้าเฝ้าทันที” อา! ฉันตกใจสะดุ้ง! มหาจักรพรรดิเฟิงตูทรงเป็นผู้ปกครองสูงสุดของที่นี่ ทรงเรียกอาอวี้ไปพบ เกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้นหรือ ฉันจึงรีบไปพร้อมกับตุลาการแห่งปรโลกทันที
ถึงท้องพระโรงแล้ว! ฉันรีบคุกเข่าถวายคำนับมหาจักรพรรดิเฟิงตูทันที
“หม่อมฉันซ่างกวนอวี้ฮวา หญิงสามัญชนจากโลกมนุษย์ แห่งแคว้นจีนในชมพูทวีปทางใต้17 ขอหมอบกราบเข้าเฝ้ามหาจักรพรรดิเฟิงตู! ขอมหาจักรพรรดิเฟิงตูโปรดอภัยโทษด้วยเพคะ”
มหาจักรพรรดิเฟิงตูที่ฉันได้เห็นนั้น ทรงฉลองพระองค์สำหรับออกว่าราชการ ทรงมงกุฎประดับอัญมณี ประทับบนพระที่นั่งสูง พระพักตร์ดำเข้ม พระพักตร์เคร่งขรึมเป็นพิเศษ ทำให้รู้สึกครั่นคร้ามและหวาดกลัว
ฉันคุกเข่าอยู่ในท้องพระโรงตลอด มิได้ลุกขึ้น แม้แต่เงยหน้ามองก็ยังไม่กล้า
เวลานั้นมหาจักรพรรดิเฟิงตูตรัสว่า “เรารู้จุดประสงค์ที่เจ้ามาแล้ว จึงเมตตาเรียกเจ้าเข้าเฝ้า อาจารย์ถานในโลกมนุษย์ ผู้ใช้นามแฝงว่าเหวินซูหมัวเจี๋ย กล่าวพระสัทธรรม อบรมสรรพสัตว์ในยุคปลายพระธรรม และชำระจิตใจผู้คนให้บริสุทธิ์ บัดนี้แนวคิดด้านศีลธรรมในโลกมนุษย์เสื่อมทรามลงทุกวัน ขาดการอบรมเรื่องเหตุและผลแห่งกรรมอย่างร้ายแรง ไม่รู้ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วหมายความว่าอย่างไร จึงส่งเสริมแนวคิดเสรีอย่างไร้ความเกรงกลัว ฆ่าสัตว์ ประพฤติผิดในกาม กล่าวร้ายโจมตีตัวบุคคล โดยคิดว่าเป็นเสรีภาพในการพูด หารู้ไม่ว่าได้ทำผิดฐานกล่าวร้ายผู้อื่นและคำสอนอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว สิ่งที่อาจารย์ถานกล่าวคือพระสัทธรรมที่ช่วยกอบกู้จิตใจผู้คน ให้มุ่งสู่ความดี แก้ไขความผิดและเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าใครก็ตามที่อุปถัมภ์พระสัทธรรมซึ่งพระพุทธองค์ตรัส เราล้วนสามารถบันทึกความดีเพิ่มและพิจารณาประทานรางวัลให้ได้ หากปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์ตลอดชีวิตโดยไม่ล่วงละเมิด แม้มิได้เผยแผ่ เพียงปฏิบัติด้วยตนเอง ก็ย่อมไม่ต้องมาทนทุกข์ในนรกอย่างแน่นอน หากมิใช่เพียงตนเองปฏิบัติตลอดชีวิตโดยไม่ล่วงละเมิด แต่ยังบอกต่อให้ผู้อื่นเผยแผ่ด้วย ย่อมได้เพิ่มบุญวาสนาและอายุขัยอย่างแน่นอน ทั้งบุญวาสนายังส่งถึงลูกหลานรุ่นหลัง หากตนเองไม่ปฏิบัติแล้วยังจงใจทำลายและกล่าวร้าย ย่อมถูกตัดทอนบุญวาสนาและอายุขัยในชาตินี้อย่างแน่นอน เมื่อสิ้นอายุขัยจะต้องลงนรกดึงลิ้น นรกคร่ำครวญ และยังต้องรับทัณฑ์ทรมานในนรก เช่น ควักตา ทำลายหัวใจ สับหู เป็นต้น ส่วนระยะเวลารับโทษนั้น ต้องรอจนสรรพสัตว์ทั้งหมดที่เชื่อถ้อยคำกล่าวร้ายพระสัทธรรมเหล่านี้กลับเกิดศรัทธาที่ถูกต้อง และเริ่มปฏิบัติพระสัทธรรมอีกครั้ง วิญญาณบาปผู้กล่าวร้ายนี้จึงจะมีโอกาสออกจากนรก หลังจากนั้นเมื่อกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะได้รับวิบากอันยากลำบาก เช่น เกิดในฐานะต่ำต้อย หรือมีอินทรีย์18ไม่ครบถ้วน ตาบอดทั้งสองข้าง หูหนวก ร่างกายผอมอ่อนแอ หรือยากจนต่ำต้อย อยู่ในสภาพแวดล้อมเลวร้าย ขาดแคลนสิ่งจำเป็น ครอบครัวไม่ปรองดอง และมีความไม่สมหวังนานาประการ เจ้าจงรีบกลับไปเขียนสิ่งที่เรากล่าว หวังว่าจะตักเตือนสรรพสัตว์ที่ยังหลงงมงายไม่ยอมตื่นรู้ได้ อย่ากล่าวร้ายพระสัทธรรม จงหันกลับมาสำนึกผิด”
อาอวี้หมอบกราบขอบพระคุณมหาจักรพรรดิเฟิงตู พญายมราช และเหล่าตุลาการใหญ่แห่งปรโลก!